ระบบเชื่อมโยงแหล่งการเรียนรู้    |   หน้าหลัก    |   เว็บบล็อก    |   คู่มือสำหรับการฝึกอบรม    |   คู่มือระบบเชื่อมโยงฯ
ค้นหา :
  ขนาดตัวอักษร
      
  สมาชิกห้องสมุด  
  รหัสผู้ใช้ :
  รหัสผ่าน :
   สำหรับบรรณารักษ์
  งานบริการห้องสมุด
       สืบค้น หนังสือ/สื่อ
       หนังสือ จำแนกตามหมวดหมู่
       สื่อ จำแนกตามหมวดหมู่
       สมัครสมาชิกห้องสมุด
  สารสนเทศห้องสมุด
        หนังสือ ( )
        สื่อ ( )
        สมาชิก ( )
  เครือข่ายห้องสมุด (934)
       ห้องสมุดประชาชนจังหวัด (70)
       ห้องสมุดประชาชน "เฉลิมราชกุมารี " (111)
       ห้องสมุดประชาชนอำเภอ (744)
       หอสมุดรัชมังคลาภิเษก ฯ (1)
       ห้องสมุดสถาบัน กศน.ภาค (4)
       ห้องสมุดอื่นๆ (4)
  ข้อมูลเผยแพร่
       บริการ Rss (1)
       กิจกรรมห้องสมุด (4)
       ลิงค์
       ข้อมูลบริการ
       องค์ความรู้
           อบรมโครงการ Reunion Library ...
       แบบฟอร์มสำรวจ
  จำนวนการเข้าชมเว็บไซต์
       จำนวนทั้งสิ้น : 5,223,057
 
สื่อ
 วัดในอำเภอบ้านหมี่
  วัดคุ้งท่าเลา (1)
วัดคุ้งท่าเลา เป็นวัดราษฏร์มหานิกาย ตั้งอยู่ในตำบลบางพึ่ง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี มีสิ่งที่น่าสนใจคือประตูทางเข้าวัดเป็นรูปหนุมานกำลังอ้าปากตั้งเด่นเป็นสง่า ประดับกระจกสีสวยสะดุดตา เป็นความคิดริเริ่มของเจ้าอาวาสที่นำตำนานเมืองลพบุรีที่เกี่ยวกับเรื่องรามเกียรติ์มาประยุกต์ในการสร้าง นับว่าเป็นสิ่งก่อสร้างที่มีูรูปร่างค่อนข้างแปลกแต่แฝงไปด้วยความงดงามในตัว นับว่าเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งของอำเภอบ้านหมี่และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หนึ่งที่น่าสนใจมาก มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ภายในพระอุโบสถเรื่องเทศน์มหาชาติ และพระมาลัย มีพระพุทธรูปเก่าสมัยเชียงแสน ขนาดหน้าตักกว้าง 12 นิ้ว สำหรับการเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับวัดท้องคุ้ง อยู่ห่างมาอีกประมาณ 3.5 กิโลเมตร
  วัดพานิชธรรมิการาม(วัดหนองเต่า) (1)
ประวัติ วัดพานิชธรรมิการาม ตั้งอยู่หลังตลาดหนองเต่า ห่างจากตัวเมืองบ้านหมี่ 11 กิโลเมตร ตั้งอยู่ริมถนนสายเลียบคลองชลประทาน ทางทิศตะวันออกของสถานีรถไฟหนองเต่า ตำบลหนองเต่า อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรีเดิมชื่อ วัดเจริญธรรมพานิช สร้างเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2469 พ.ศ. 2483 วัดเจริญธรรมพานิช ได้เปลี่ยนชื่อเป็น วัดพานิชธรรมิการาม เพื่อให้ถูกต้องตามหลักภาษาไทย พ.ศ. 2500 พระครูธรรมาภิมณฑ์ เจ้าอาวาสวัดพานิชธรรมิการามได้ทำพิธีวางศิลาฤกษ์พระอุโบสถ 2 ชั้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ชั้นล่างก่อสร้างเป็นรูปเต่าโดยพระอุโบสถวางอยู่บนหลังเต่า ปี พ.ศ. 2513 เดือนพฤศจิกายน พลเอกหลวงกัมปนาท แสนยากร องคมนตรีและประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปภัมภ์ ได้เป็นประธานนำผ้ากฐินมาทอด และได้ทำพิธีผูกพัทธสีมา ฝังลูกนิมิตในวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2514 (ตรงกับวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 4) จนถึงวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2514 (ตรงกับวันแรม 1 ค่ำเดือน 4) รวม 7 วัน 7 คืน เมื่อวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2517 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าหญิงสิรินทร (สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี) สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ (สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี) ทั้ง 4 พระองค์ ได้เสด็จมาทรงร่วมพิธีผูกพัทธสีมา ฝังลูกนิมิตของวัด อันเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นแก่พสกนิกรชาวบ้านตลาดหนองเต่า และได้ร่วมทำกุศลกับพระครูธรรมาภิมณฑ์ ประวัติพระอุโบสถ มีเหตุผลการออกแบบก่อสร้างว่าท่านระลึกถึงพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งเสวยชาติเป็นเต่าตนุใหญ่อยู่กลางทะเลลึก หลวงปู่เลี้ยง สร้างพระอุโบสถหลังนี้นาน 16 ปีคือ (พ.ศ. 2501-2517) อุโบสถหลังนี้เป็นสัญลักษณ์ของหมู่บ้านตลาดหนองเต่าสมชื่อเรียกขานภายในโบสถ์มีความสวยงามด้านบนเพดานเป็นดวงดาวสีทอง แท่นพระประธานเป็นรูปชุกชีมีบัวคว่ำบัวหงายเท้าสิงห์ กรุประดับด้วยกระจกสียกกลีบลวดลายสลับซับซ้อน ฐานกว้าง 8 ศอก สูง 8 ศอกสร้างอย่างวิจิตรพิสดารน่าชมยิ่งนักถ้าเรานั่งรถไฟสายเหนือจะผ่านสถานีหนองเต่า เมื่อเข้าเขตตำบลหนองเต่าจะสามารถมองเห็นอุโบสถหลังนี้ตั้งตระหง่านเป็นสง่า หลังคาแพรวพราวระยิบระยับด้วยกระเบื้องเคลือบสีทองสวยงามมาก มองเห็นอย่างชัดเจน และพระอุโบสถแห่งเดียวที่ตั้งอยู่บนหลังเต่าซึ่งเป็นเอกลัษณ์และชื่อตามหมู่บ้านและตำบลหนองเต่า ซึ่งมีความสวยงามยิ่งนัก
  วัดปฐมพานิช (1)
วัดปฐมพานิช ตั้งอยู่ในตำบลบ้านหมี่ อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี วัดปฐมพานิชเป็นวัดที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟบ้านหมี่ มีเจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่มีชื่อว่า เจดีย์ก้าวหน้ามหามงคล ซึ่งสร้างเพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งจะสามารถมองเห็นได้แต่ไกล เป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นวัดที่อยู่ในเขตชุมชนเทศบาลเมืองบ้านหมี่ วัดแห่งนี้มีสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่โตต่างๆมากมาย มีสังขารหลวงปู่สุด เจ้าอาวาสวัดปฐมพานิชที่ได้มรณภาพไปแล้วแต่สังขารไม่เน่าเปลื่อยทางวัดก็ได้เก็บรักษาสังขารของท่านเอาไว้ให้ศิษยานุศิษย์ และผู้ที่เคารพได้กราบไหว้ และนอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชนอีก สถานที่พักผ่อนจิตใจของชาวพุทธ มีสระบัวและสวนปฏิบัติธรรมทั้งหมด 60 ไร่ แล้วพระที่มีชื่อเสียงของวัดปฐมพานิชที่ผ่านพิธีกรรมการปรุกเสกจาก 108 เกจิอาจารย์ทั่วฟ้าเมืองไทย อาทิเช่น หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง หลวงปู่ถมยา หลวงพ่อเภา หลวงปู่สุต หลวงปู่ศรี หลวงพ่อเพี้ยน อาจารย์ธวัชชัย เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน และพระมหาเถระอีกมากมาย รายละเอียดพระที่ผ่านพิธีมหามงคล มีดังนี้ 1.พระสมเด็จพิมพ์ไกเซอร์หลวงปู่สุตพิมพ์หลังแบบมีเส้นเกษา ปี๒๕๑๘ 2.หลวงปู่สุตรุ่นแรกปี 2509 3.รูปเหมือนหลวงปู่สุต เนื้อทอง เนื้อเงิน นวโลหะ 4.หลวงปู่สุตรุ่น 80 พรรษา และ 90 พรรษา เนื้อเงินและนวโลหะ 5.หลวงปู่สุตปี 2535 2536 และพระเครื่องที่โด่งดังแห่งภาคกลางอีกมากมายที่เป็นที่ต้องการของตลาดพระ นอกจากนี้วัดปฐมพานิช ยังเป็นวัดที่พ่อค้า แม่ค้า เข้ามากราบเพื่อขอพรต่อการค้าขาย เนื่องจากวัดนี้เป็นวัดของพ่อค้าที่เจริญรุ่งเรื่องร่ำรวย แล้วสร้างวัดขึ้นถวายพระเกจิอาจารย์ในสมัยนั้น จึงเป็นที่นิยมกันดังกล่าว
  วัดพุน้อย (1)
ประวัติ วัดพุน้อย 3 หมุ่ที่ 1 ตำบลชอนม่วง อำเภอบ้านหมี่จังหวัดลพบุรี แต่เดิม พุน้อยเป็นชื่อของ น้ำที่ผุดขึ้นมาคล้ายน้ำพุตลอดทั้งปี ไม่มีวันแห้ง จึงเป็นชื่อเรียกขานหมู่บ้านแห่งนี้ วันที่25 เมษายน พศ 2515 หมอเคลือบ และนาง บุญมา เหมือนเอี่ยม ได้มอบถวายที่ดิน จำนวน 6 ไร่ 1 งาน 53 ตารางวา เพื่อสร้างวัดพุน้อย หลวงพ่อชื้น บุญยกาโม นำชาวบ้านพุน้อยร่วมก่อสร้าง ได้ 4 พรรษาท่านจึงมรณภาพ ต่อมาปี พศ.2519 หลวงปู่แบน จนฺทสโร มาอยู่จำพรรษา และได้ซื้อที่ดินเพิ่มอีก15 ไร่ 2 งาน 80 ตารางวา จนกระทั่งท่านได้มรณภาพลงเมื่อวันที่ 13 มกราคม พ.ศ.2543 หลวงปู่แบน จนังทสโร ท่านเป็นเจ้าอาวาสนั้น ได้ร่วมกับชาวบ้านพุน้อยพัฒนาวัดจนเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทำให้วัดที่ไม่มีคนรู้จัก กลายเป็นวัดที่มีคนเชื่อถือเลือมใสศรัทธาเดินทางมากราบไหว้กันอย่างไม่ขาดสาย เพียงชั่วระยะเวลาไม่กี่ปี การเดินทางไปยังวัดพุน้อย มีถนนลาดยางถึงวัด สะดวกสบายตลอดการเดินทาง วัดพุน้อยก็มีสิ่งก่อสร้างที่เป็นถาวรวัตถุถายในวัดแทบจะครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น โบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ และอื่นๆอีกจำนวนมาก จากวัดเล็กๆที่ห่างไกลความเจริญ กลายเป็นวัดที่มีประชาชนรู้จักกันเกือบทั้งประเทศ มีการนำกฐินและผ้าป่าสามัคคี มาทอดกันอย่างล้นหลาม ตลอดจนการปฏิบัติธรรมปัจจุบัน พระครูสมุห์สุทิน สุทินนังโน เจ้าอาวาสวัดพุน้อย ท่านยังคงสืบสานวิชาอาคม ที่รับจากหลวงปู่แบน จนฺงทสโร ในเรื่องเมตตามหานิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการค้าขาย ที่หลวงปู่แบนได้สร้างเรือพุทธคุณขึ้นมา ซึ่งใครได้ไปบูชาจะประสบผลสำเร็จกันแทบทุกคน จึงมีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาที่วัดพุน้อยกันอย่างเนืองแน่นในแต่ละวัน วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2552 เวลา 15.00 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ เสด็จไปทรงเป็นประธานทอดจุลกฐินสามัคคีโครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯ ที่วัดพุน้อย ในการดำเนินการประกอบพิธีทำผ้าจุลกฐินซึ่งเป็นการทำผ้าไตรจีวรให้แล้ว เสร็จทันประกอบพิธีทอดกฐินสามัคคี โครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ฯภายในวันเดียวนี้ วัดพุน้อยได้รับแรงศรัทธา ตลอดจนความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจจากประชาชนในอำเภอ บ้านหมี่และอำเภอต่างๆของจังหวัดลพบุรี รวมถึงพุทธศาสนิกชนจากจังหวัดใกล้เคียงและ ผู้ที่อยู่ห่างไกล หลั่งไหลมาร่วมในพิธีการทำผ้าจุลกฐินโดยเสด็จพระราชกุศลกันอย่าง เนืองแน่น ซึ่งในปีนี้เป็นการจัดประเพณีจุลกฐินที่วัดพุน้อยต่อเนื่องเป็นปีที่ ๓ โดยชาวบ้าน และผู้มาร่วมงานต่างเริ่มช่วยกันเก็บฝ้ายตั้งแต่กลางวันวันเสาร์ที่ ๑๗ ตุลาคมและเริ่มดำเนินการหลังเวลา ๒๔.๐๐น.ตามขั้นตอนอิ้วฝ้าย ตีฝ้าย เข้าใจฝ้าย กรอหลอดฝ้าย เดิน เส้นด้าย ใส่กี่ เก็บตะกอ ทอเป็นผืน ตัดขันฝ้าย เย็บย้อมและซักรีดเป็นผ้าไตรจีวร จำนวน ๑ ชุด แล้วเสร็จภายในช่วงเวลาบ่ายวันอาทิตย์ที่ ๑๘ ตุลาคม สิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับวัด วัดพุน้อยนั้นมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเป็นที่เคาราพนับถือของชาวบ้านและพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศก็คือการยกเรือ การสร้างเรือ เพื่อถวายแด่แม่ตะเคียนทองสำหรับคนที่ชอบการเสี่ยงทายมักจะได้เดินทางมาที่วัดพุน้อยได้ขอโชคลาภด้วยการบนบานขอให้ถูกหวย พร้อมกันนี้ก็จะนำผ้าไหมซึ่งตัดเป็นชุดไทยกับตัวหุ่น นำมาถวายแม่ตะเคียนทองเพื่อเป็นการแก้บน ทำให้ปัจจุบันวัดพุน้อยชุดผ้าไหมไทย มากมายหลายหลากสีและมีความสวยงามมีจำนวนนับเป็น หมื่นชุด จนทางวัดต้องสร้างห้อง ไว้เก็บโดยเฉพาะ สำหรับชุดผ้าไหมไทย
  วัดเกริ่นกฐิน (1)
ประวัติ วัดเกริ่นกฐิน เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในบ้านเกริ่นกฐิน ตำบลบ้านชี อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ไม่มีหลักฐานปรากฏว่าสร้างในปีพ.ศ.ใด แต่ชาวบ้านรู้ว่าวัดแห่งนี้มีคู่กับหมู่บ้านแห่งนี้มาเนิ่นนานแล้ว มีเพียงแต่พระพุทธรูปองค์หนึ่งที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือเป็นอย่างมาก ในปัจจุบันเป็นที่พำนักของพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดลพบุรี ในคราวที่หลวงพ่อเพี้ยน อัคคธัมโม ท่านซึ่งเป็นพระที่จำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งนี้ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดได้ร่วมกับชาวบ้านพร้อมใจกันขนานนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า หลวงพ่อปาน เพื่อเป็นการระลึกถึงพระคุณของพระภิกษุชราชาวเขมร ที่เป็นอาจารย์ของหลวงพ่อเพี้ยนนั่นเอง เมื่อประมาณ 30 กว่าปีที่แล้วตอนที่หลวงพ่อเพี้ยนท่านเป็นเจ้าอาวาสใหม่ๆอยู่นั้นวัดแห่งนี้นั้นมีเพียงศาลาเรือนไทยหลังเก่าๆอยู่หลังเดียวเท่านั้น และมีสภาพที่ชำรุดทรุดโทรมอย่างมาก หลวงพ่อปาน วัดเกริ่นกฐิน หลวงพ่อเพี้ยน อคฺคธมฺโม บริเวณของวัดเกริ่นกฐิน การเปลี่ยนแปลงของวัด หลังจากที่ พระครูวิมลสมณวัตร (เพี้ยน อคฺคธมฺโม) พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของจังหวัดลพบุรี ท่านได้เป็นเจ้าอาวาสของวัดเกริ่นกฐินแห่งนี้ หลวงพ่อและชาวบ้านเกริ่นกฐินได้ร่วมกันพัฒนาวัดให้ดีขึ้น และที่สำคัญคือหลวงพ่อเพี้ยนท่านเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและเป็นผู้ที่มีวิชาความอาคมซึ่งได้ร่ำเรียนมาจากครูบาอาจารย์ (หลวงพ่อปาน) และยังเป็นที่รักใคร่ของชาวบ้านเกริ่นกฐินอีกด้วย จนกระทั่งหลวงพ่อมีชื่อเสียงถึงขั้นเป็นพระเกจิอาจารย์ในระดับประเทศ ท่านได้พัฒนาวัดโดยการสร้างถาวรวัตุขึ้นมากมาย เช่น ศาลาการเปรียญ พระอุโบสถ วิหาร กุฏิสงฆ์ และได้ทำการซื้อที่ดินเพิ่มอีกด้วย วัดเกริ่นกฐินในปัจจุบัน วัดเกริ่นทุกวันนี้นับว่าเป็นวัดที่มีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดลพบุรี ถึงวัดแห่งนี้จะไม่ได้ตั้งอยู่ในตัวเมือง แต่ด้วยพลังศรัทธาของพุทธศานิกชนที่หลั่งใหลสู่วัดเกริ่นกฐินนั้นต่างก็มาด้วยความยินดี และต้องการที่จะชื่นชมบารมีของหลวงพ่อเพี้ยน และร่วมกันบริจาคทรัพย์ บูชาวัตถุมงคลที่หลวงพ่อท่านได้ปลุกเสกแล้ว และทำบุญไหว้พระ ปิดทองหลวงพ่อปาน และเข้าไปกราบหลวงพ่อซึ่งทุกครั้งที่ประชาชนเข้าไปหลวงพ่อท่านจะนั้งอยู่ภายในศาลาคอยประพรมน้ำมนต์ให้แก่พุทธศาสนิกชน จึงทำให้ชื่อเสียงของหลวงพ่อนั้นเลื่องลือไปไกลและมีศิษย์ยานุศิษย์มากมาย สภาพของวัดเกริ่นกฐินในปัจจุบันมีความกว้างขวางขึ้นมากและมีสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่โตโอ่อ่าและบริเวณวัดที่ตกแต่งเอาไว้ได้อย่างสวยงามและร่มรื่นยิ่งนัก ถาวระวัตถุที่สำคัญของวัด ศาลาการเปรียญ เป็นศาลาขนาดใหญ่สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา วิหารหลวงพ่อปาน เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปที่ศักสิทธิ์ของวัดนั่นคือ หลวงพ่อปาน ซึ่งเป็นวิหารแก้วที่มีความวิจิตรสวยงามมาก พระอุโบสถ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่สวยงาม เจดีย์สำหรับไว้ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ ที่สมเด็จพระสังฆราชประทานให้ไว้ เป็นวิหารที่สวยงามมีการประดับตกแต่งทั้งภายในและภายนอกอย่างงดงาม และมีการยกฉัตรทองคำอีกด้วย ศาลาสำหรับพักผ่อน เป็นศาลที่สร้างเอาไว้ตรงทางเข้าวัด มีสองหลังด้วยกันและมีการจัดสวนไว้อย่างสวยงาม พุทธอุทยาน สถานปฏิบัติธรรม “วิมลธรรมวัตร” ประดิษฐานองค์พระพุทธรูปประจำวันอาทิตย์ (ปางถวาย เนตร) สูง 29 ศอก ขณะนี้กำลังดำเนินการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ ศาลากลางน้ำ วิหารพระครูวิมลสมณวัตร
  วัดธรรมิการาม(วัดค้างคาว) (1)
วัดธรรมิการาม (วัดค้างคาว)ตั้งอยู่ในตำบลบางขาม อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี วัดธรรมิการาม หรือวัดค้างคาว ตั้งอยู่ริมแม่น้ำบางขามฝั่งตะวันตก ตำบลบางขาม อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เป็นวัดที่มีประวัติการสร้างที่ยาวนาน ตั้งแต่สมัยรัตนโกสินทร์ สาเหตุที่ชื่อวัดค้างคาวเพราะว่าเดิมมีค้างคาวอาศัยอยู่มาก ปัจจุบันไม่มีแล้วและได้เปลี่ยนชื่อใหม่ว่า วัดธรรมิการาม วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่อยู่ริมฝั่งคลองในหมู่ไม้ร่มรื่น และในปัจจุบันยังเป็นสถานที่ฝึกและปฏิบัติอบรมพระพุทธศาสนาแก่นักเรียนและนักศึกษา มีทัศนียภาพที่สวยงาม และสภาพบริเวณในวัดยังมีความร่มรื่น เงียบสงบ มีศาสนสถานที่เก่าแก่มากมาย เช่นพระอุโบสถหลังเก่าที่มีประวัติการสร้างมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ดังปรากฏให้เห็นภายในพระอุโบสถ นั่นคือภาพจิตรกรรมฝาผนังที่มีความงดงามยิ่ง สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้ คือ มีภาพเขียนที่ผนังโบสถ์ ซึ่งเป็นภาพเขียนเรื่องพุทธประวัติทั้ง 4 ด้าน ลักษณะของภาพเขียนมีลักษณะแบบตะวันตกเข้ามาปนบ้างแล้ว เช่น การแรเงาต้นไม้ และอื่นๆ เป็นภาพเขียนในสมัยรัชกาลที่ 4 ฝีมือช่างพื้นบ้านที่งดงามมาก วัดธรรมิการาม เป็นวัดเก่าแก่อยู่ริมคลอง สามารถเข้าได้ 2 ทางคือ ทางรถ สวามารถเข้าได้จากบริเวณใกล้ทางเข้าวัดไลย์ อำเภอท่าวุ้ง และทางเท้า ผ่านหมู่บ้าน ข้ามสะพานไม้เข้าไปก็สามารถเข้าถึงวัดนี้ได้โดยสะดวก จารึกจิตรกรรมฝาผนังวัดธรรมิการาม จิตรกรรมฝาผนังวัดธรรมมิการามหรือวัดค้างคาว หมู่ ๔ ตำบลบางขาม อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ที่วัดดังกล่าวนั้น มีจิตรกรรมฝาผนังภายในอาคารของวัดสองแห่งคือ ๑. จิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถ เป็นภาพวาดอยู่เหนือระดับกรอบบนของประตูแและหน้าต่างภายในพระอุโบสถทั้งสี่ด้าน เป็นเรื่องพุทธประวัติโดยเริ่มเนื้อหาแรกที่ผนังด้านหลังพระพุทธรูปประธานคือ เรื่องพระราชพิธีอภิเษกสมรสของเจ้าชายสิทธัตถะ และพระนางพิมพา จากนั้นเป็นเรื่องเสด็จออกผนวช ผจญมา ตรัสรู้ ประทานธรรม เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน และสมโภชแบ่ง พระบรมสารีริกธาตุ ไม่ปรากฏชื่อศิลปินผู้วาด ๒. จิตรกรรมฝาผนังภายในพระวิหาร เป็นภาพวาดอยู่เหนือระดับกรอบบนของประตูและหน้าต่างภายในพระวิหารทั้งสี่ด้าน เป็นภาพวาดเรื่องทศชาติโดยมีชื่อแต่ละพระชาติกำกับคือ เตมียชาดก มหาชนกชาดก สุวรรณสามชาดก เนมิราชชาดก มโหสถชาดก ภูมริทัตชาดก จันทกุมารชาดก พระพรหมนารทชาดก พระวิธูรชาดก และพระเวสสันดรชาดก ที่ผนังด้านตรงข้ามกับพระประธาน มีข้อความเขียนไว้ว่า เขียนเดือน ๑๑ ขึ้น ๘ ค่ำ ปีกุน สำเร็จแล้วปีชวด พ.ศ. ๒๔๖๗ ราคา ๙๔ บาท ช้าง (ช่าง) เพงเป็นผู้เขียนไว้ใน พระพุทธศาสนา รูปแบบของการวาดเป็นแบบท้องถิ่น จิตรกรรมทั้งสองแห่งอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ จากการพิจารณาจึงน่าจะเป็นภาพที่วาดอยู่ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว - รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (พ.ศ. ๒๓๙๔ - ๒๔๕๓) รูปแบบจิตรกรรมเป็นแบบ "หลวง"
  วัดเขาวงกต (1)
ตั้งอยู่ที่เชิงเขาสนามแจง ตำบลสนามแจง ห่างจากตัวอำเภอบ้านหมี่ ประมาณ 4 กม. เป็นวัดที่อยู่ในวงล้อมของภูเขาสามด้าน บริเวณกว้างขวางถึง 30 ไร่ บนไหล่เขาด้านทิศตะวันตกมีพระพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ ถัดลงมามีศาลาเก็บศพหลวงพ่อเจริญ ดิสสวัณโณ อดีตเจ้าอาวาส ซึ่งมรณภาพไปแล้วตั้งแต่ พ.ศ. 2506 แต่ศพไม่เน่าเปื่อย หน้าวัดมีเจดีย์สร้างอยู่บนเรือสำเภา อนุสรณ์ของหลวงพ่อเภาผู้สร้างวัดนี้ สิ่งที่น่าสนใจมากคือ ถ้ำค้างคาว ซึ่งอยู่บนไหล่เขาเหนือพระอุโบสถ นับว่าเป็นถ้ำค้างคาวที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัดลพบุรี ภายในถ้ำมีค้างคาวนับล้านๆ ตัวรายได้จากค่ามูลค้างคาวที่เข้าวัดแต่ละปีเป็นเงินหลายหมื่นบาท ทุกวันตั้งแต่เวลาประมาณ 18.30 น. ค้างคาวจะพากันบินออกจากปากถ้ำไปหากิน ยาวเป็นสายคล้ายควันไฟ การบินออกหากินนี้จะติดต่อกันไปไม่หยุดจนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 22.00 น. และจะเริ่มกลับเข้าถ้ำตั้งแต่เวลาประมาณ 03.00 น. จนถึงประมาณ 06.00 น. จึงจะหมด
  วัดกัทลีพนาราม(วัดบ้านกล้วย) (1)
ประวัติ วัดกัทลีพนาราม (วัดบ้านกล้วย) อยู่ห่างจากตลาดอำเภอบ้านหมี่ ประมาณ 2 กิโลเมตร เดิมชื่อว่า วัดบ้านกล้วย ต่อมาเปลี่ยนเชื่อเป็น '"วัดกัทลีพนาราม"' สร้างขึ้นปี พ.ศ. 2360 มีเนื้อที่ 23 ไร่ 1 งาน 16 ตารางวา เป็นวัดสำคัญของชุมชนชาวไทยพวน สิ่งที่น่าสนใจ ของวัดนี้คือ พระอุโบสถขนาดใหญ่แบบจตุรมุขที่สวยงาม มีวิหารเก่าแก่หลังเล็กและเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองรูปทรง งดงามมาก ศาลาการเปรียญมีลวดลายฉลุไม้ตกแต่งสวยงาม ภายในมีธรรมาสน์เก่าประดับเครื่องพุทธบูชาแบบของ ชาวไทยพวนคือ "ธงแว่น" วันที่ 25 กรกฎาคม 2512 เวลาเช้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าวชิราลงกรณ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงยก ช่อฟ้าพระอุโบสถวัดกัทลีพนาราม (วัดบ้านกล้วย) อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบรี ประเพณีที่สำคัญ นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของชาวไทยพวนบ้านหมี่ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน วัดกัทลีพนาราม (วัดบ้านกล้วย) ตำบลบ้านกล้วย อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี จึงได้จัดประเพณีกำฟ้าขึ้นเพื่อเป็นการอนุรักษ์ส่งเสริมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น รวมถึงเป็นการฟื้นฟูและเผยแพร่ประเพณีของชาวไทยพวน และเพื่อเป็นการแสดงความรักความสามัคคีของชาวบ้านในพื้นที่ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ ใส่บาตรข้าวจี่ ข้าวหลาม อาหารคาวหวาน , พิธีบายศรีสู่ขวัญข้าวการแสดงชุดแห่ข้าวพันก้อนประเพณีเส่อกระจาด เซิ้งโป๊ นางด้ง เซิ้งฟัดข้าว , การแข่งขันกีฬาพื้นบ้าน , มีการออกร้านผ้าทอพื้นเมืองอีกด้วย
     Learning Resources Linkage System  |  ห้องสมุดประชาชนอำเภอป่าติ้ว ถ
Loading...