ระบบเชื่อมโยงแหล่งการเรียนรู้    |   หน้าหลัก    |   เว็บบล็อก    |   คู่มือสำหรับการฝึกอบรม    |   คู่มือระบบเชื่อมโยงฯ
ค้นหา :
นิทานพื้นบ้าน-ตำนานสิงห์พม่า
ตำนานสิงห์พม่า โดย “เอื้อยนาง”
             ตามสองข้างบันได  หรือประตูสู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทั่วไปในพม่า  สิ่งหนึ่งที่ดึงดูดสายตา และยวนใจให้พิศวง ตลึงตะลาน นั่นคือรูปปั้นสิงห์ หรือ ราชสีห์
 
             สิงห์เหล่านี้มีทั้งสวยงาม  ทั้งความขึงขัง อลังการ น่าเกรงขาม เพราะสิงห์ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์หนึ่งที่ได้รับความนับถือเลื่อมใสมานาน  ซึ่งไม่ใช่เฉพาะในพม่าแต่จะมีทั่วไปในเอเชีย  แต่ที่พม่านั้นดูจะมีความพิเศษมากไปกว่า  วันนี้จึงอยากเก็บตำนานมาเรียบเรียงให้อ่านกันสนุก ๆ และได้รู้ถึงวัฒนธรรมความเชื่อหนึ่งในพม่า 
 
             สิงห์หรือราชสีห์เป็นสัตว์ในตำนานป่าหิมพานต์  ถือเป็นเจ้าป่าสัญลักษณ์แห่งความสง่างาม  และมีพละกำลังมหาศาล  มีเสียงคำรามอันทรงอำนาจจนขยาดกันไปทั้งป่า  ซึ่งมี ๒ ชนิด คือ ราชสีห์  และ สิงห์ผสมแต่ละชนิดก็แบ่งย่อยออกไปอีกมากมาย สิงห์จึงรูปร่าง สีสัน ที่แตกต่างออกไป
 
             ตำนานสิงห์ที่เล่าวันนี้เก็บจากเสียงเล่าแจ้ว ๆ ของคุณติ๊ก ไกด์หนุ่มชาวพม่าผู้มีพลังแห่งน้ำเสียงมากมายพอ ๆ กับเรื่องราวที่หลั่งไหลไม่ขาดสายทุกยามที่มีโอกาสค่ะ
 
             นานมาแล้วพระราชาพระองค์หนึ่งมีพระธิดาที่มีรูปโฉมงดงาม จนเลื่องลือไปไกล  จึงมีเจ้าชายจากแคว้นต่าง ๆ มาหลงรัก แต่พระนางไม่เหลียวแลชายชายใดเลย เพราะไม่เคยรู้สึกรักหรือชื่นชมชายใด
 
             “นางไม่ชอบใครเลย จะทำอย่างไรดีละ”
 
             พระมารดาทรงเป็นห่วง พระราชาจึงให้ประกาศออกไปยังหัวเมืองต่าง ๆ ให้ส่งเจ้าชายมาให้พระธิดาเลือก
 
             แต่ก็เป็นเช่นเดิม คือ พระธิดาทรงเมินเฉยกับทุกคน ไม่ว่าองค์ชายเหล่านั้นจะรูปทรงสง่างาม หรือขี้ริ้วขี้เหร่ จะมีความฉลาด เก่งกาจ หรือโง่เขลา เบาปัญญาอย่างไรก็ไม่เป็นทีน่าสนใจต่อเธอแม้สักนิด  ในที่สุดทุกคนก็ถอยกลับไปเองด้วยความผิดหวังแกมพิศวง
 
            “หมดแล้วหรือชายหนุ่มที่เข้ามาให้ลูกเราเลือกน่ะ”
 
             พระราชาตรัสถาม
 
            “ว่าไงพวกเจ้า ไปเกณฑ์ผู้ชายทั้งหลายมาหมดแล้วเรอะ”
 
            พระองค์หันไปหาข้าราชบริพาร ซึ่งก็ได้รับคำตอบเช่นกัน ผู้ชายทั่วเขตแคว้นแดนใดก็มาหมดแล้ว แต่เจ้าหญิงไม่รักใครเลย ไม่เคยเหลียวแลใครสักนิดเดียว “ทรงชอบออกไปเดินเล่นในอุทยาน แต่เพียงลำพัง”
 
แต่จะมีใครรู้บ้างว่า ที่เจ้าหญิงชอบออกไปที่อุทยานเพียงลำพัง นั้นเพราะเกิดไปหลงรักราชสีห์ตัวหนึ่ง ที่มักจะมาซุ่มอยู่ในทิวดอกไม้เสมอ ๆ
 
            “เจ้าช่าง สง่างามอะไรเช่นนั้น”
 
             เจ้าหญิงตรัสกับราชสีห์อย่างคุ้นเคย เพราะพบกันทุกวัน
 
             ราชสีห์หนุ่มก็เข้ามาคลอเคลีย ด้วยตกหลุมรัก หญิงสาวคนนี้เช่นกัน
 
            “พระธิดาไม่รักชายใด เพราะไปรักราชสีห์หนุ่มที่อุทยาน”
 
             เสียงร่ำลือเริ่มดังขึ้นได้ยินไปถึงพระราชา ทรงโกรธมาก  จึงขับพระธิดาออกจากวังไป
 
             พระธิดาตามราชสีห์หนุ่มไปอยู่ในถ้ำกลางป่าด้วยกัน
 
             ต่อมานางก็ตั้งครรภ์ และคลอดลูกออกมาเป็นชายร่างกายแข็งแรง และเติบโตเร็วมาก จึงส่งไปเรียนวิชากับพระฤาษีซึ่งมีอาศรมอยู่ในป่านั่นเอง
 
             เด็กชายลูกราชสีห์กับเจ้าหญิง เป็นเด็กฉลาด เรียนศิลปะวิทยาการต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว และเติบโตเป็นชายหนุ่มรูปร่างสง่างาม จนใคร ๆ เห็นต่างก็ชื่นชม
 
 
 
             สำนัก ของพระอาจารย์ มีชายหนุ่มมาเรียนวิชาหลายคน ทุกคนต่างแสดงอาการกังขาที่รู้ว่าชายหนุ่มเป็นลูกของราชสีห์กับมนุษย์ หลายคนถึงกับหัวเราะเยาะเย้ยด้วยซ้ำ ทำให้เขาเริ่มโกรธ และพาลไปถึงบิดา มารดา ของตน  และกลายเป็นความแค้นบิดาของตนเอง   “ดีละ เจ้าสิงห์  เจ้าทำให้ข้าอับอายขายหน้า ข้าจะต้องกลับไปฆ่าเจ้าเดี๋ยวนี้”
 
            ไม่มีใครสามารถห้ามปรามเขาได้เลย แม้แต่แม่ที่เขาเคยรักและเชื่อฟัง ความโกรธบังตาเขาให้มืดมิด บังจิตใจของเขาให้มืดบอดด้วย
 
           “ข้าจะฆ่าเจ้าวันนี้แหละ เจ้าสิงห์ผู้ไม่เจียมตัว บังอาจลอบรักกับพระธิดาของพระราชาเชียวหรือ ออกมาจากถ้ำเดี๋ยวนี้นะ”   หนุ่มลูกชายตะโกนก้องท้าทายผู้เป็นพ่อของตนเอง ไม่ยอมมองดูแม่ผู้พยายามห้ามปรามด้วยน้ำตานองหน้า
 
            “เจ้าฆ่าข้าได้จริง ๆ หรือ   ถ้าเช่นนั้นข้าก็ยินดีตายด้วยอาวุธของเจ้า”  ราชสีห์บอกอย่างไม่หวั่นเกรง เดินออกมายืนสง่าอยู่หน้าถ้ำ
 
            “ลองดูก็แล้วกัน”  ว่าแล้วลูกชายก็ยกคันธนูขึ้นเล็ง และยิงไปที่ร่างของราชสีห์ผู้เป็นพ่อ
 
            เปรี้ยง !! ..........
 
            ลูกที่หนึ่งกลายเป็นข้าวตอกดอกไม้ ไปตกที่เท้าพ่อ อย่างอัศจรรย์
 
            “อะไรกัน”  หนุ่มลูกชาย ยังไม่ยอมเข้าใจ ยิงไปอีกลูกหนึ่ง
 
            เปรี๊ยะ !!......... คราวนี้  กลายเป็นรูปเทียนตกลงที่เท้าของพ่อผู้ยืนสง่าไม่ไหวติงอยู่อีก
 
            “เฮ้ย.... ข้าไม่ยอมหรอก ต้องฆ่าเจ้าให้ได้” เขาตะโกนก้องแล้วตั้งจิตตั้งใจเล็ง ใหม่ แน่วแน่ คราวนี้เองลูกธนูก็วิ่งเข้าปักขั้วหัวใจผู้เป็นพ่อพอดี ร่างสง่างามนั้นล้มลง สิ้นใจตายทันที 
 
            ฆ่าพ่อได้สมใจแล้ว เขาก็พาแม่กลับไปเมืองมนุษย์  ไปเฝ้าพระราชาโดยไม่แยแสว่านางจะร้องไห้คร่ำครวญปานใด
 
            ขณะนั้นพระราชากำลังประชวร เมื่อได้รู้ว่าพระธิดากลับมาพร้อมบุตรชายที่สง่างาม ก็ยกราชสมบัติให้หลานชายทันที ก่อนสวรรคต
            เมื่อชายหนุ่มลูกราชสีห์ ได้เสวยสุขในราชสมบัติ จึงมีเวลาคิดทบทวนความผิดที่ได้ข้าบิดาผู้มีพระคุณของตน ทำให้รู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง  และเป็นบาปผิดคอยติดตามรบกวนให้ไม่เป็นสุขทั้งยามหลับ  และยามตื่น  จึงได้พยายามสร้างกุศลเพื่อไถ่บาป
 
            “บิดาของข้าเป็นราชสีห์  จะต้องสร้างรูปราชสีห์ขึ้นมาบูชา”
 
            คิดแล้วสั่งให้ช่างทำรูปราชสีห์ (สิงโต) ไว้ตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทุกแห่ง เพื่อให้ประชาชนได้เคารพ  และต่อมาก็เกิดมีผู้เลื่อมใสมากขึ้น  ราชสีห์จึงกลายเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ช่วยปกป้องดูแล สถานที่เคารพต่าง ๆ  นับแต่นั้นเป็นต้นมา
 
 


     Learning Resources Linkage System  |  ห้องสมุดประชาชนอำเภอป่าติ้ว ถ
Loading...