|
|
|
|
|
| สาว สวยหน้าใส ใส่ใจสุขภาพ |
|
หนทางสู่ผิวสวยด้วยวิธีธรรมชาติ
วิธีที่ 1 - การล้างหน้าด้วยสบู่อ่อน เพื่อชำระล้างเหงื่อไคล ไขมันและขี้ไคลออก
จากผิวหนัง เวลาล้างหน้าให้ล้างเบาๆ แล้วซับน้ำให้แห้ง ด้วยผ้าขนหนูสะอาด
อย่าใช้ผ้าจนหนูถูหน้าแรงๆเพราะจะทำให้สิวอักเสบมากขึ้น ไม่ควรใช้แปรงฟองน้ำ
หรือสบู่ที่ผสมเม็ดขัดถู ขัดถูใบหน้าเพราะทำให้ใบหน้าระคายเคือง
และกระตุ้นให้สิวกำเริบมากขึ้น
วิธีที่ 2 - หากเป็นสิวน้อย อาจทายาเองได้ ผู้ที่มีปัญหาสิวเพียงเล็กน้อย
เช่น สิวหัวดำ, หัวขาว, หรือสิวอักเสบเพียง 1-2 เม็ด
อาจหาซื้อยามาทาเองได้ แต่ต้องอ่านฉลากยาให้เข้าใจวิธีใช้
โดยละเอียดเสียก่อน หากใช้ครีมทารักษาสิวแล้ว เกิดอาการ
ผิวแห้งหรือระคายเคือง ควรปรึกษาแพทย์ ต้องระวังยาที่โฆษณา
ว่า รักษาได้ทั้งสิวและฝ้า เพราะยาพวกนี้มักผสมสเตียรอยด์
ซึ่งอาจทำให้สิวยุบเร็วจริง แต่มีข้อแทรกซ้อนตามมามากมาย
ในกรณีที่เป็นสิวอักเสบมาก จัดเป็นโรคผิวหนัง จำเป็นต้อง
ได้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์ ยากรักษาสิวบางตัว
อาจทำให้ทารกในครรภ์พิการได้
วิธีที่ 3 - พิจารณาให้ดีก่อนใช้เครื่องสำอาง ควรเลือกใช้เครื่องสำอาง
ที่ไม่มีผลต่อการทำงานของผิวหนังต้องไม่มีสารสเตียรอยด์เจือปน
ควรเลือกใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นที่ไม่มีส่วนประกอบที่เป็นสารเคมี
ที่กระตุ้นให้เกิดสิวเครื่องสำอางที่มีราคาแพงที่สุด อาจไม่ใช่
เครื่องสำอางที่ดีที่สุด หรือเหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ
วิธีที่ 4 - การรักษาสิวโดยการผ่าตัด ไม่แนะนำให้บีบแกะสิวออก
ด้วยตนเอง เพราะจะทำให้เกิดการอักเสบลุกลามและเกิดแผลเป็นได้มาก
แพทย์อาจพิจารณากดสิวอุดตันหัวดำออกให้ในกรณีที่จำเป็น ส่วนใน
กรณีที่มีสิวอักเสบหรือสิวหัวช้าง การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไปในสิว อาจทำ
ให้สิวยุบลงอย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับกรณีเร่งด่วน เช่น จะเข้าพิธี
แต่งงานในวันรุ่งขึ้น แต่วิธีนี้ก็อาจเกิดผลแทรกซ้อนตามมาได้ ส่วนการ
ใช้แผ่นขจัดสิวเสี้ยนนั้น หากใช้บ่อยครั้งเกินไป ผิวอาจอักเสบระคายเคือง
และเป็นการกระตุ้นให้เกิดสิวมากขึ้นได้
วิธีที่ 5 - หลีกไกลรอยเหี่ยวย่นโดยขจัดสาเหตุต้นตอ รอยเหี่ยวย่น
บนผิวหน้าของคนเราแบ่งเป็น 3 ชนิด ใหญ่ๆ คือ รอยเหี่ยวจากอารมณ์
รอยเหี่ยวจากแสงแดด และรอยเหี่ยวแห้ง ผู้ที่มีแต่ความเครียดชอบหน้า
นิ่วคิ้วขมวด หรือเลิกหน้าผาก จะเกิดร่องย่นได้ตามหัวคิ้วและ
หน้าผากครีมบำรุงผิว ที่อ้างว่าลบรอยเหี่ยวต่างๆ จึงไม่เป็นจริง
เพราะเครื่องสำอางเหล่านี้ ออกฤทธิ์เพียงแค่ผิวชั้นนอกสุดคือ
ชั้นขี้ไคล แต่ส่วนที่เสียไปคือ ส่วนชั้นหนังแท้การป้องกัน
รอยเหี่ยวย่น 3 แบบนี้ คือ การมีอารมณ์แจ่มใส อย่าหน้านิ่วคิ้วขมวด
เพื่อลดรอยเหี่ยวย่นจากอารมณ์ หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัด
เพื่อป้องกันรอยเหี่ยวย่นจากแสงแดด และการ
ใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นทา ในกรณีของรอยเหี่ยวแห้ง
วิธีที่ 6 - รักษาฝ้าและกระโดยการเลี่ยงแสงแดด ยังไม่มีวิธีใดที่รักษาฝ้า
ให้หายขาดและไม่เกิดขึ้นใหม่ได้อีก จึงไม่ควรเสียเงินและเวลาให้กับการ
รักษาฝ้าและกระจนเกินไป ในต่างประเทศถือว่ากระเป็นเสน่ห์ของใบหน้า
(cute spots) หนทางที่ดีที่สุดในการป้องกันและรักษาฝ้า
และกระคือ การหลีกเลี่ยงแสงแดด ในช่วง 8.00-17.00 น.
เพราะรังสีในแดด นอกจากทำให้ฝ้าและกระเข้มขึ้น ยังทำให้ผิวเหี่ยวแก่
และเกิดมะเร็งผิวหนังได้
วิธีที่ 7 - พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การทำงานหนัก
โดยไม่พักผ่อนเลย หรือเอาแต่เล่นโดยไม่ทำงานให้เป็นแก่นสาร ต่างมีผลเสียต่อ
สุขภาพ การพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ก่อผลเสียต่อผิวได้
การสูบบุหรี่นอกจากจะมีผลต่อสุขภาพของร่างกายทั่วไปแล้ว ยังทำให้ใบหน้าแลดู
แก่ก่อนวัยไปนับ 20 ปี เพราะนิโคตินทำให้เส้นเลือดหดตัว เซลล์ผิวหน้าจึงขาด
สารอาหารเกิดริ้วรอยเหี่ยวแก่ขึ้น นอกจากนั้นการดื่มเบียร์ดื่มเหล้า ดื่มไวน์
ตลอดจนยาเสพติดในทุกรูปแบบต่างก่อปัญหาแก่ผิวทั้งสิ้น จึงควรดูแลสุขภาพ
ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ คือนอนหลับวันละไม่ต่ำกว่า 6-8 ชั่วโมง
รับประทานอาหารให้ครบหมู่และควรรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ
เพราะอาหารที่มีไขมันสูงจะทำให้อ้วน ซึ่งทำให้โรคผิวหนังหลายอย่างเช่น
กลาก เกลื้อน สะเก็ดเงิน ผิวแตกลาย ติ่งเนื้อ และมะเร็งผิวหนังเป็นได้ง่ายขึ้น
และดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่ต่ำกว่าวันละ 8 แก้วจะช่วยให้ผิวหนังนุ่มนวลได้
ไม่มีอาหารเสริมหรือวิตามินมหัศจรรย์ตัวใดที่จะทำให้ผิวสวยได้
หากไม่ปฏิบัติตามกติกาอนามัยพื้นฐานเหล่านี้
วิธีที่ 8 - อยากมีผิวสวยต้องไม่เครียด อารมณ์กับสุขภาพผิว ถือเป็นสิ่งที่มี
ความสัมพันะกันแนบแน่นความเครียดทำให้ผิวหนังอักเสบเป็นลมพิษ ผมร่วง
หรือสิวกำเริบขึ้นได้ บางรายเวลาเครียดมากจะแกะสิวเล่น ทำให้ใบหน้าเกิดแผล
เป็นและยิ่งเครียดเพิ่มขึ้นไปอีก วิธีหลีกเลี่ยงความเครียดมีหลายวิธี เช่น
การออกกำลังกาย การปฏิบัติตามคำสอนของศาสนา การนั่งวิปัสสนา การเล่นโยคะ
การนวด การมีอารมณ์ขัน มองโลกในแง่ดีและสดใส เหล่านี้ ย่อมทำให้จิตใจเบิกบาน
และเมื่อมีสุขภาพจิตดีแล้ว สุขภาพผิวก็จะดีตามไปด้วยอย่างแน่นอน
|
|
|
|
|
| เอกสารที่เกี่ยวข้อง
|
~ดูแลผิวให้สวยใส~
การดูแลสุขภาพผิวให้สวยใส ท่านสามารถทำได้ไม่ยากเลย
มีหลักการง่ายๆ ดังต่อไปนี้
1. ครีมถนอมผิว (Moisturizer, Emoillient)
ครีมที่ใช้ทาบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นขึ้น ส่วนใหญ่จะมีสารประกอบพวกยูเรีย
กลีเซอรีน มิเนอรัลออยล์ เลซิทิน วิตามินอี ลาโนลิน ยูเซอริน ฯลฯ
ใช้ทาเพื่อทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น ไม่แห้ง ไม่เหี่ยวเฉา
ควรจะทาครีมหรือโลชั่นทุกครั้งหลังจากอาบน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ถ้าท่านชอบอาบน้ำอุ่นเป็นประจำหรืออาบน้ำนานมาก เพราะผิว
จะแห้งมาก ไนท์ครีม น่าจะทาหน้าก่อนนอนเป็นประจำ โดยเฉพาะ
ถ้าท่านชอบนอนห้องแอร์ ถ้าต้องล้างมือบ่อย ควรทาครีมบำรุงผิว
มือบ่อยๆ หลังล้างมือ ส่วนจะใช้ยี่ห้อไหนดี ใช้ยี่ห้อไหนก็ได้
ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงมาก ใช้ที่มีส่วนประกอบของสารข้างต้น
ครั้งแรกลองใช้ทาเฉพาะที่ก่อน ถ้าทาไป 3-4 วัน แล้ว
ไม่แพ้ก็ใช้ทาทั่วไปได้
2. ครีมกันแดด (Sunscreen)
ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดช่วงเวลา 11.00-15.00 น.
เพราะแสงแดดช่วงเวลานี้ จะมีรังสีอัลตราไวโอเลตสูงมาก
ควรสวมหมวกใบใหญ่ ปีกกว้าง ถือร่ม ใส่เสื้อแขนยาว
ใส่แว่นตากันแดด ถ้าท่านต้องตากแดดเป็นประจำ
ทายากันแดดที่มี SPF มากกว่า 15 ขึ้นไป ยากันแดด
ใช้ยี่ห้อไหนดี ถ้าท่านแพ้ง่าย ควรใช้ยากันแดดที่มีส่วนผสม
ของติเตเนียมไดออกไซด์ ซึ่งใช้หลักการคล้ายกับการสะท้อนแสง
ทาแล้วจะกันแดดได้ดีเพียงแต่ทาแล้ว อาจจะมีใบหน้าขาววอก
ไปหน่อย ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งจะมีส่วนผสมของซินนาเมต ซึ่งก็ใช้ทา
กันแดดได้ผลดีเช่นกัน และหน้าไม่ขาววอกเกินไป ครั้งแรกที่
ทายากันแดด ควรเริ่มทาที่บริเวณหน้าผากก่อน ทดลองทาดู
ประมาณ 3-4 วัน ถ้าไม่แพ้ วันหลังจึงทาทั่วใบหน้าได้นะคะ
การทายากันแดด ควรทาประมาณ 1/2 ชั่วโมงก่อนออกไป
ตากแดด ถ้าต้องตากแดดทั้งวันตอนบ่ายควรทายากันแดดซ้ำอีก 1 ครั้ง
3. ครีมที่ทำให้หน้าขาว (Whitening cream)
ปัจจุบัน มีครีมที่ทำให้หน้าขาวใสขึ้น ไร้รอยเหี่ยวย่น ลบริ้วรอยต่างๆ
ซึ่งมีมากมายหลายชนิด ถ้าท่านอยากให้หน้าใสขึ้นก็ใช้ทาได้ ถ้าไม่แพ้
นะคะ ถ้าแพ้ระคายเคืองก็ต้องหยุดใช้ยายี่ห้อนั้นๆ ดังกล่าวที่ค่อนข้าง
ใช้ได้ผลดี และไม่ค่อยแพ้ ไม่อันตรายจนเกินไป มักจะมีส่วนประกอบ
ของสารสำคัญดังนี้ คือ
+ กลุ่มกรดผลไม้ AHA
+ กลุ่ม BHA
+ กลุ่มกรดวิตามินเอ (Retinoic acid)
+ กลุ่มกรดอะเซเลอิค (Azeleic acid)
+ กลุ่มอื่นๆ เช่น วิตามินซี กรดโคจิค สารสกัดมัลเบอร์รี่
ถ้าท่านผิวดีอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ครีมที่ทำให้หน้าขาวนะคะ
4. บำรุงสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง
กินอาหารให้ถูกสุขลักษณะ ให้ครบ 5 หมู่ เน้นผักผลไม้มากๆ ดื่มน้ำเปล่า
มากๆ วันละ 6-8 แก้ว หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เครื่องดื่มเหล้า เบียร์
แอลกอฮอล์ต่างๆ น้ำชา กาแฟ มากเกินไป ไม่ดีนะคะ
อย่าทำงานหนักเกินไป อย่าเครียดงานมากเกินไป ถ้าท่านทำหน้านิ่วคิ้ว
ขมวดทั้งวัน จะเกิดร่องรอยตีนกาชัดเจนมากขึ้น อย่างรวดเร็วมาก
ต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ประมาณ 6-8 ชั่วโมง แล้วแต่
บุคคลและวัยนะคะ ต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ
2-3 ครั้งต่อสัปดาห์
5. หลีกเลี่ยงน้ำร้อน
น้ำที่ร้อนจัดเกินไป หรือน้ำอุ่นแต่อาบน้ำนานมาก จะทำให้ผิวหนัง
แห้งมากจนเกินไป ถ้าอาบเป็นประจำทุกวัน ก็จะทำให้ผิวหนัง
เกิดอาการระคายเคืองคันได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าท่านเป็นโรค
ผื่นแพ้คันอยู่แล้ว ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำอุ่นมากจนเกินไปนะคะ
หลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อน อาบน้ำอุ่นนานๆ บ่อยๆ
หลีกเลี่ยงการล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นบ่อยๆ อย่าอบไอน้ำ
อบตัวด้วยความร้อน อบเซาว์น่า บ่อยๆ จนเกินไปหรือนานเกินไป
6. หลีกเลี่ยงการทรมานผิวต่างๆ
ท่านที่ชอบการขัดหน้า นวดหน้า พอกหน้า หลายๆ รูปแบบนั้น
จะยิ่งมีโอกาสเกิดการระคายเคืองได้ง่าย หน้าจะยิ่งบางลง
และไวต่อแสงแดดมากขึ้น มีโอกาสเกิด ฝ้า กระ สิว ได้มากขึ้น
นอกจากจะเสียเงินมากขึ้นแล้ว ยังเสียเวลาและเสียดายใบหน้าอีก
ด้วยนะคะ
การขัดตัว การที่ท่านไปขัดตัวตามสถานที่ต่างๆ หรือซื้อฟองน้ำ
ใยบวบหรือหินขัดต่างๆ มาขัดด้วยตนเอง พอกสารหลายอย่าง
แล้วขัดถูตัวกันอย่างจริงจังนั้น เป็นการทรมานผิวหนังของท่าน
มากจนเกินไปนะคะ คิดดูซิคะว่า ผิวหนังจะสกปรกอะไรกันนักหนา
ถึงต้องขัดตัวขนาดนั้น เพราะฉะนั้นอาบน้ำฟอกสบู่เบาๆ ใช้แค่สบู่
เด็กอ่อนๆ ถูเบาๆ ก็เพียงพอแล้วนะคะ
ที่กล่าวมาแล้ว ทั้ง 6 ประการนี้ ก็เป็นหลักการง่ายๆ ซึ่งทำได้ไม่ยาก
เพื่อใช้ในการดูแลสุขภาพผิวให้สวยใส เท่าที่จะทำได้ตลอดไปนะคะ
ขอให้ท่านผู้อ่านใกล้หมอทุกท่านจงมีสุขภาพผิวที่ดีนะ
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอชนแดน
|
Loading...
|
|
|
|